พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย หลากหลายอุตสาหกรรม เครื่องหวายงามล้ำค่า กระยาสารทรสเด็ด เป็ดย่างรสด ผัดหมี่พิมาย ยอดมวยไทยยักษ์สุข สนุกพายเรือแข่ง
แหล่งแมวสีสวาด เมืองปราสาทหิน ถิ่นไทรงาม เรืองนามประเพณวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์พระพุทธวิมายะ

ถ่ายภาพ : วทัญญู ยางกลาง
ครู โรงเรียนอนุบาลสุริยาอุทัยพิมาย สพท.นม.7
 e - mail : yu@unity007.com

All site contents copyright © 2007 - 2010 phimai : wathunyu yangklang
top

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       
                                                                                          .::พิมายเมืองพิมาย:
:.

       เมืองพิมายตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ห่างจาก ตัวเมืองนครราชสีมา ตามถนนสายมิตรภาพ
ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร สภาพพื้นที่ตัวเมืองพิมายมีความอุดมสมบูรณ์มาก มีลำน้ำไหลผ่านหลายสาย คือ แม่น้ำมูล ลำน้ำเค็ม
และลำน้ำจักราชสิ่งที่ดึงดูดใจ เมืองพิมายเป็นเมืองโบราณอันเก่าแก่ มีประวัติการตั้งชุมชนสืบเนื่องกันมายาวนานนับพันปีเมืองพิมาย
เดิมเคยตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของขอม ในสมัยอาณาจักรโคตรบูรณ์ มีฐานะเป็นเมืองสำคัญ ปรากฏในศิลาจารึกว่า วิมายะ หรือ วิมายะปุระ
ศิลาจารึกในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เรียกเมืองนี้ว่า ภีมปุระ ซึ่งแปลว่า นครแห่งความเข้มแข็ง ในเมืองพิมาย แห่งนี้จึงมีสิ่งต่าง ๆ
ที่น่าสนใจและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นจำนวนมาก โดยเมืองพิมายได้สร้างเมือง ขึ้นตามแบบของอาณาจักรเขมรโบราณ
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 โดยมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีคูเมือง กำแพงเมืองล้อมรอบ มีซุ้มประตูทางเข้า-ออกเมืองขนาดใหญ่
ก่อด้วยศิลาแลงทั้ง 4 ด้าน แต่ที่พิเศษกว่าเมืองทั่วไป คือ เมืองพิมายจะหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพื่อรับกับแนวถนนโบราณ
จากเมืองพระนครของอาณาจักรเขมร ตรงกลางเมืองพิมายเป็นที่ตั้งปราสาทหินพิมาย ซึ่งเป็นพุทธสถานในศาสนาพุทธลัทธิมหายาน
ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสร้างด้วยหินทรายสีขาว ตามแบบศิลปะเขมรราวพุทธศตวรรษที่ 16-17
และรูปแบบปรางค์ประธานของปราสาทหินพิมาย ยังเป็นต้นเค้าของปราสาทนครวัดอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเขมรโบราณอีกด้วย
นอกจากนี้แล้วบริเวณเมืองพิมายยังมีโบราณสถานน้อยใหญ่ ที่สำคัญอีกหลายแห่ง คือ กุฏิฤาษี อันเป็นโรงพยาบาลโบราณ
สร้างตามแบบศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ท่านางสระผม ซึ่งเป็นท่าน้ำโบราณศิลปะเขมรอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18
เมรุพรหมทัต ซึ่งเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ สมัยอยุธยาตอนปลาย ตลอดจนสระน้ำโบราณอันเก่าแก่อีกหลายแห่งด้วยกัน เป็นต้น
และก่อนการตั้งเมืองพิมาย ยังพบว่าบริเวณเมืองพิมายแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งชุมชนโบราณ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย
มีอายุราว2,200 ปีมาแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  เมืองพิมายมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโคตรบูรณ์ของขอม สมัยอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์
เดิมผู้ปกครองมีกรมการเมือง ปลัดเมือง ซึ่งมีบรรดาศักดิ์ชั้นพระ หลวง ขุน มาเป็นผู้ปกครองอำเภอพิมาย
เดิมชื่อ "อำเภอเมืองพิมาย" มีฐานะเป็นอำเภอเมื่อ พ.ศ. 2443 โดยมีขุนขจิตสารกรรม ดำรงตำแหน่งนายอำเภอคนแรก เมื่อปี พ.ศ. 2454
สมเด็จพระศรีพัชรินทร์พระบรมราชินีนาถในรัชการที่ 5 (สมเด็จพระพันปีหลวง) ได้เสด็จประพาสเมืองพิมายและได้เสด็จทรงพักผ่อนที่ไทรงามด้วย
คณะกรมการเมืองได้จัดรับเสด็จ โดยจัดสถานที่ประทับข้างลำน้ำตลาด (บริเวณติดลำน้ำด้านทิศใต้ของโรงเรียนพิมายวิทยาในปัจจุบัน)
ซึ่งเรียกชื่อสถานที่ในขณะนั้นว่า "วังเก่า" ในปี พ.ศ. 2457 ได้สร้างที่ว่าการอำเภอขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทหินพิมาย
(บริเวณที่จอดรถหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมายในปัจจุบัน) ผู้ปกครองมีคณะกรรมการเมือง นายอำเภอ ซึ่งมีบรรดาศักดิ์ชั้น หลวง ขุน
หม่อมเจ้า ดำรงตำแหน่ง และกำนันประจำตำบลจะมีบรรดาศักดิ์ชั้น ขุน หมื่น มาดำรงตำแหน่ง
ในปี พ.ศ. 2460 สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ทรงได้ปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาคใหม่ เมืองพิมายได้ถูกยกฐานะเป็น อำเภอเมืองพิมาย
ในปี พ.ศ. 2483 ทางราชการได้ตัดคำว่าเมืองออก และให้ชื่อใหม่ว่า อำเภอพิมาย
ในปี พ.ศ. 2515 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาอยู่ในที่แห่งใหม่ด้านทิศตะวันตกของลำน้ำจักราช ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอในปัจจุบัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือติดต่อกับ  อำเภอคง อำเภอโนนแดง และอำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
ทิศใต้ติดต่อกับ  อำเภอห้วยแถลง และอำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา
ทิศตะวันออกติดต่อกับ  อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา
ตะวันตกติดต่อกับ  อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
     ลักษณะภูมิประเทศ
อำเภอพิมาย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม สองฝั่งลำน้ำมูลมีพื้นที่ประมาณ 550 ตารางกิโลเมตร ส่วนด้านทิศใต้เป็นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง
     การปกครอง
อำเภอพิมายแบ่งเขตการปกครองท้องที่ออกเป็น 12 ตำบล 182 หมู่บ้าน จำนวน 27,559 หลังคาเรือน การปกครองส่วนท้องถิ่นมีเทศบาลตำบล 2 แห่ง
องค์การบริหารส่วนตำบลมี 12 แห่ง

   
ผลิตภัณฑ์มวลรวม
อำเภอพิมายมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งสิ้น 427,862 ไร่ จำนวน 24,863 ครัวเรือน พืชเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ข้าว มีพื้นที่เพราะปลูก 318,033 ไร่
รองลงมาได้แก่อ้อย มีพื้นที่เพราะปลูก 80,936 ไร่ มันสำปะหลังและอื่นๆ
    การเกษตรกรรม
ทำนา 132,739 ไร่ ทำสวน, ทำไร่ 51,754 ไร่ พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ พริก
การปศุสัตว์ที่สำคัญได้แก่ โค กระบือ สุกร เป็ด ฯลฯ
   การอุตสาหกรรมอำเภอพิมาย
มีศักยภาพทั้งในด้านการเกษตร การท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงาน จึงส่งผลให้มีธุรกิจและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
่ในพื้นที่ ได้แก่ โรงงานน้ำตาล โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง โรงสีข้าว อุตสาหกรรมเกลือบริสุทธิ์และเกลืออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นต้น
   การพานิชยกรรมมีธนาคาร 5 แห่งคือ
     1. ธนาคารออมสิน
     2. ธนาคารกรุงเทพ
     3. ธนาคารกสิกรไทย
     4. ธนาคารทหารไทย
     5. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
   มีองค์การบริหารส่วนตำบล 12 แห่ง คือ
อำเภอพิมายแบ่งเขตการปกครองเป็น 12 ตำบล (ตำบลในเมือง , ตำบลโบสถ์ ,ตำบลรังกาใหญ่ , ตำบลกระเบื้องใหญ่ , ตำบลสัมฤทธิ์ , ตำบลชีวาน ,
ตำบลกระชอน , ตำบลดงใหญ่ , ตำบลท่าหลวง , ตำบลนิคม ,ตำบลหนองระเวียง และตำบลธารละหลอด) 171 หมู่บ้าน
การบริหารราชการแผ่นดินแบ่งออกได้ดังนี้
 
    การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย

     1. เทศบาลตำบลพิมาย , เทศบาลตำบลรังกาใหญ่
     2. องค์การบริหารส่วนตำบล 12 แห่ง ได้แก่ อบต.ในเมือง , อบต.กระเบื้องใหญ่ , อบต.รังกาใหญ่ , อบต.กระชอน ,
อบต. ดงใหญ่ , อบต.ชีวาน , อบต.ท่าหลวง , อบต.นิคมสร้างตนเอง , อบต.โบสถ์ , อบต.สัมฤทธิ์ ,
อบต.หนองระเวียง และ อบต.ธารละหลอด  
    การบริหารราชการส่วนภูมิภาค มี 13 ส่วนราชการ ดังนี้

     1. ที่ทำการปกครองอำเภอ
     2. สำนักงานสหกรณ์อำเภอ
     3. ที่ทำการสัสดีอำเภอ
     4. สำนักงานป่าไม้อำเภอ
     5. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ
     6. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ
     7. สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ
     8. สำนักงานเกษตรอำเภอ
     9. สำนักงานสรรพากรอำเภอ
     10. สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาพิมาย
     11. สำนักงานสรรพสามิตอำเภอ
     12. สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา สาขาพิมาย
     13. สถานีตำรวจภูธรอำเภอพิมาย
  
     การบริหารราชการส่วนกลาง มีจำนวน 4 ส่วนราชการดังนี้

     1. โรงพยาบาลชุมชนพิมาย
     2. สถานีทดลองข้าวนครราชสีมา
     3. สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9
     4. สำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลประทานทุ่งสัมฤทธิ์
     หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

     1. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอพิมาย
     2. ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขอำเภอพิมาย
     3. สำนักงานประปาอำเภอพิมาย
     4. สำนักงานองค์การโทรศัพท์อำเภอพิมาย
  
    อำเภอพิมายแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 12 ตำบล 208 หมู่บ้าน

     1. ในเมือง (Nai Mueang)                    7. ชีวาน (Chiwan)
     2. สัมฤทธิ์ (Samrit)                            8. นิคมสร้างตนเอง (Nikhom Sang Ton-eng)
     3. โบสถ์ (Bot)                                   9. กระชอน (Krachon)
     4. กระเบื้องใหญ่ (Krabueang Yai)        10. ดงใหญ่ (Dong Yai)
     5. ท่าหลวง (Tha Luang)                    11. ธารละหลอด (Than Lalot)
     6. รังกาใหญ่ (Rang Ka Yai)                12. หนองระเวียง (Nong Rawiang)    
   
ท้องที่อำเภอพิมายประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 13 แห่ง ได้แก่
     • เทศบาลตำบลพิมาย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลในเมือง
     • เทศบาลตำบลรังกาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลรังกาใหญ่ทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลในเมือง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลพิมาย)
     • องค์การบริหารส่วนตำบลสัมฤทธิ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสัมฤทธิ์ทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลโบสถ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโบสถ์ทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลกระเบื้องใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกระเบื้องใหญ่ทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหลวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าหลวงทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลชีวาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชีวานทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลนิคมสร้างตนเอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนิคมสร้างตนเองทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลกระชอน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกระชอนทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลดงใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดงใหญ่ทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลธารละหลอด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลธารละหลอดทั้งตำบล
     • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองระเวียง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองระเวียงทั้งตำบล


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
      ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา 60 กม. ในตัวอำเภอพิมาย เชิงสะพานท่าสงกรานต์ ก่อนถึงปราสาทหินพิมาย 300 เมตร
เป็นสถานที่เก็บรวบรวมหลักฐาน และจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมอีสานในอดีต
โดยเฉพาะโบราณวัตถุศิลปวัตถุที่ค้นพบในเขตอีสานตอนล่าง โบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่นำมาจัดแสดงได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาโบราณ
โครงกระดูก เครื่องมือ เครื่องประดับที่ทำจากสำริดและหิน ส่วนโบราณวัตถุสมัยประวัติศาสตร์ได้แก่ ใบเสมาแบบศิลปทวารวดี
ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมแบบเขมร เช่น ทับหลัง หน้าบัน เสาประดับกรอบประตู ทวารบาล และประติมากรรมรูปเคารพ อาทิ พระพุทธรูป
เทวรูป รูปพระโพธิสัตว์ และรูปสลักศิลาพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งพบที่ปราสาทหินพิมาย นับเป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมของพิพิธภัณฑ์นี้
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.
ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท หากเข้าชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (044) 471167
   

 

 

 อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย
     ตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิมาย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของโคราช เป็นระยะทาง 60 กม. ตามเส้นทางสายมิตรภาพ (โคราช-ขอนแก่น)
อุทยานประวัติศาสตร์พิมายครอบคลุมพื้นที่เมืองโบราณอันเป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ใหญ่โตและงดงามแห่งหนึ่ง คือ “ปราสาทหินพิมาย”
เป็นแหล่งโบราณคดีที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์สร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 และมาต่อเติมอีกครั้งในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 ซึ่งครั้งนั้นเมืองพิมายเป็นเมืองใหญ่ของขอมบนแผ่นดินที่ราบสูง
    ปราสาทหินพิมาย หันหน้าไปทางทิศใต้ อันเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงแห่งอาณาจักรขอม แผนผังของปราสาทแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ลานชั้นใน
ซึ่งล้อมรอบด้วยระเบียงคดหรือกำแพงชั้นใน มีทางเดินกว้าง 2.35 เมตร เดินทะลุกันได้ตลอดทั้งสี่ด้าน
หลังคามุงด้วยแผ่นหิน มีปรางค์ประธานสร้างด้วยหินทรายสีขาวตั้งอยู่กลางลาน ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง กว้าง 18 เมตร
ความยาวรวมทั้งมุขหน้า 32.50 เมตร หน้าบันและทับหลังส่วนใหญ่สลักเป็นภาพเล่าเรื่องรามายณะ (รามาวตาร)
และกฤษณาวตาร หน้าบันด้านหน้าสลลักเป็นภาพศิวนาฏราช ส่วนทับหลังของประตูห้องชั้นในขององค์ปรางค์สลลักเป็นภาพ
ทางคติพุทธศาสนานิกายมหายาน
     ด้านหน้าปรางค์ประธานเยื้องไปทางซ้ายและขวามีปรางค์องค์เล็กอีกสองหลัง องค์ทางซ้ายสร้างด้วยศิลาแลง เรียกว่า ปรางค์พรหมทัต
มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม กว้าง 14.50 เมตร สูง 11.40 เมตร ปรางค์ทางด้านขวาสร้างด้วยหินทรายสีแดง เรียกว่า ปรางค์หินแดง กว้าง 11.40 เมตร
สูง 15 เมตร ถัดจากระเบียงคดออกมาเป็นลานชั้นนอก ล้อมรอบด้วยกำแพงอีกชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยอาคารที่เรียกว่า บรรณาลัยสองหลัง
ตั้งคู่กันอยู่ทางด้านทิศตะวันตก มีสระน้ำอยู่ทั้งสี่มุม ทางเข้าด้านหน้ากำแพงชั้นนอกมีสะพานนาคราชและประติมากรรมรูปสิงห์
ถัดจากกำแพงชั้นนอกออกไปยังมีกำแพงเมืองล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง ปัจจุบันมีให้เห็นชัดเจนทางด้านทิศใต้ นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานนอกเขตกำแพงเมือง
ทางด้านทิศใต้ ได้แก่ ท่านางสระผม กุฏิฤาษี และอโรคยาศาล อุทยานประวัติศาสตร์พิมาาย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.
ค่าเข้าชม ชาวไทยคนละ 20 บาท ชาวต่างประเทศคนละ100 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ปราสาทหินพิมาย
     เป็นปราสาทที่มีความใหญ่โตและมีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งยังเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทยอีกด้วย
ตัวปราสาทอยู่ใกล้กับแม่น้ำมูล ปราสาทหินพิมายชนชาติขอมในสมัยโบราณได้สร้างขึ้น ในราวศตวรรษที่ 16 - 17
ซึ่งตรงกับรัชกาลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ต่อมาพระเจ้าสุริยวรมันที่ 6 และที่ 7 ได้สร้างต่อเพิ่มเติม
ปราสาทหินพิมายสร้างขึ้นไว้เนื่องในศาสนาพุทธลัทธิมหายานและศาสนาพราหมณ์ทั้งสามนิกาย
เพื่อเป็นพุทธศาสนสถานและเทวสถานของมหาชนทั้งชาวพุทธแลพราหมณ์
     ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นก่อนปราสาทนครวัตในประเทศกัมพูชา และก่อนปราสาทหินพนมรุ้ง
จัดเป็นโบราณสถานที่มีความสวยงามทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและประติมากรรม และเป็นต้นแบบของปราสาท
ทุกแห่งในภาคพื้นเอเชีย ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของคนในสมัยนั้นอีกด้วย
    รูปแบบของปราสาทหินพิมาย ประกอบด้วยกำแพงสี่เหลี่ยมล้อมด้วยรอบสร้างด้วยหินทรายแดง มีซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ
ประตูใหญ่อยู่ทางทิศใต้ (หน้าปราสาทหันไปทางทิศใต้) ซึ่งตรงกับประตูเมืองคือ ประตูชัย ตัวปราสาทมี 3 องค์ ประกอบด้วยปรางค์ประธาน
หรือปราสาทหลังกลาง มีปรางค์อีก 2 องค์ เรียกว่า ปรางค์พรหมทัต และปรางค์หินแดง (ชาวบ้านเรียกปรางค์นาอรพิน) หลังปราสาทหินแดงเป็นหอพราหมณ์
ทั้งหมดนี้มีระเบียงคตล้อมรอบ ด้านตะวันตกมีบรรณาลัยอยู่ด้านหลังมีกำแพงสี่เหลี่ยมล้อมรอบ และมีซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ
เป็นคูหาติดต่อถึงกันตลอด ด้านเหนือและด้านใต้กว้าง 220 เมตร ด้านตะวันออกและด้านตะวันตกยาว 277.50 เมตร ถัดจากกำแพงจะเป็นลานกว้างใหญ่
มีสระน้ำอยู่ทั้ง 4 มุมของตัวปราสาท และจากบริเวณลานเข้าไปถึงระเบียงคต(กำแพงชั้นใน) มีทางกว้าง 2.35 เมตร ทะลุถึงกันทั้งสี่ด้าน หลังคามุงด้วยแผ่นหิน
บริเวณชั้นในของตัวปราสาท (ปรางค์ 3 หลัง อาคารอีก 3 หลัง) มีลานทางด้านเหนือและด้านใต้กว้าง 58 เมตร ด้านตะวันออกและด้านตะวันตกยาว 66 เมตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปรางค์พรหมทัต
    ตั้งอยู่แนวเดียวกันกับปรางค์หินแดง สร้างด้วยศิลาแลงฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง 14.50 เมตร สูง 16 เมตร
ภายในพบประติมากรรมหินทรายรูปบุคคล 2 รูป รูปหนึ่งเป็นบุคคลขนาดใหญ่นั่งขัดสมาธิ เชื่อกันว่าเป็นรูปของพระเจ้าขัยวรมันที่ 7
ซึ่งเรียกกันว่าท้าวพรหมทัต อีกรูปหนึ่งเป็นสตรีนั่งคุกเข่า ศรีษะ และแขนขาด ไปเหลือแต่ลำตัว เชื่อกันว่าเป็นรูปของพระนางราชเทว
ีมเหสีของพระเข้าชัยวรมันที่ 7 ชาวบ้านเรียกกันว่า นางอรพิมพ์

 

ปรางค์หินแดง
    ตั้งอยู่บนฐานเดียวกับหอพราหมณ์ สร้างด้วยหินทรายสีแดง ฐานปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง 11.40 เมตร สูง 15 เมตร
มีมุขยื่นออกไป 4 ทิศ ที่มุขแต่ละด้าน มี 1 ประตู จากการขุดแต่งพบว่าแท่งหินที่ใช้ต่อฐานบางท่อนมีลวดลายสลัก แต่วางกลับข้างจากบนลงล่าง
แสดงว่าคงรื้อเอาวัสดุเก่ามาใช้ในการก่อสร้างและคงสร้างพรอ้มกับหอพราหมณ์เนื่องจากอยู่บนฐานเดียวกัน

 

 

 

 ฐานอาคาร
ฐานอาคาร ตั้งอยู่ระหว่างซุ้มประตูกำแพงชั้นในด้านทิศตะวันออกกับปรางค์ประธาน มีลักษณะคล้ายฐานปรางค์ สร้างด้วยหินทรายสีแดง
เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 8.15 เมตร สูง 70 เมตร
ธรรมศาลา ก่อนจะเข้าสู่บริเวณภายในกำแพงปราสาทหินพิมาย มีอาคารหลังหนึ่งตั้งอยู่ทางซ้ายมือหันหน้าเข้าสู่ถนน เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ขนาด 26 x 35.10 เมตร สร้างด้วยหินทราย มีบันไดและประตูเข้าสู่อาคารทั้งด้านตะวันออกและตะวันตกข้าง ๆ ประตูจริงเป็นประตูหลอกด้านละ 1 ประตู
มีการกั้นแบ่งเป็นห้อง ๆ โดยทุกห้องมีประตูทะลุถึงกันอาคารหลังนี้ใช้เป็นสถานที่พักเตรียมพระองค์สำหรับกษัตริย์ หรือเจ้านายชั้นสูง
ยามเสด็จมาประกอบพิธีทางศาสนา รวมทั้งเป็นที่พักจัดขบวนปัจจัย ของถวายต่าง ๆ ที่ใช้ในพิธี
สะพานนาคราช เป็นสะพานสร้างด้วยหินทรายตั้งอยู่ตรงหน้าซุ้มประตูกำแพงชั้นนอกเป็นรูปกากบาทขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 3170 เมตร
ยกพื้นสูงจากพื้นดินประมาณ 2.50 เมตร มีบันไดขึ้นลง 3 ด้าน เชิงบันไดทำเป็นอัฒจันทร์ รูปปีกกา ราวสะพานโดยรอบทำเป็นลำตัวของนาคราช
ชูคอแผ่พังพางมี 7 เศียรที่เชิงบันไดมีประติมากรรมรูปสิงห์ทำด้วยหินทราย เสาและขอบสะพานสลักลวดลายงดงาม

 

 

 

 

 

กำแพงชั้นในและซุ้มประตู
     กำแพงชั้นใน สร้างด้วยหินทรายเป็นห้องยาวต่อเนื่องกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบลานปราสาทชั้นใน กว้าง 2.35 เมตร ยาวจากเหนือ - ใต้ 72 เมตร
จากตะวันออก - ตะวันตก 80 เมตร อยู่สูงจากพื้นดิน 1 เมตร ภายในเดินทะลุถึงกันได้ ส่วนผนังด้านนอกปิดทึบ ทำเป็นหน้าต่างหลอดประดับด้วยลูกมะหวด
ซุ้มประตูของกำแพงชั้นใน สร้างด้วยหินทรายเช่นกัน มี 4 ประตู ลักษณะคล้ายซุ้มประตูกำแพงชั้นนอก แต่เล็กกว่ามีจารึกบนกรอบประตู
ด้วยอักษรของโบราณกล่าวถึงชื่อ “กมรเตงชคตวิมาย” และการสร้างรูปเคารพชื่อ “กมรเตงชคตเสนาบดีไตรโลกยวิชัย”
ใน พ.ศ.1651 ทับหลังของซุ้มประตูส่วนใหญ่พังทลายลง ปัจจุบันได้นำบางส่วนเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายส่วนที่เหลือ
ได้นำไปติดตั้งที่โบราณสถานแล้ว ภาพสลักทับหลังดังกล่าวเป็นศิลปะแบบปาปวนนครวัด
เมรุพรหมทัต ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทหินพิมายเป็นซากเนินเจดีย์ขนาดใหญ่ ก่อด้วยอิฐ สาเหตุที่เรียกชื่อว่าเมรุพรหมทัต
นั้นคงเป็นเรื่องเชื่อมโยงกับนิทานพื้นบ้านเรื่องนางอรพิมพ์กับท้าวปาจิต ซึ่งเล่ากันว่าสถานที่นี้
คือที่ถวายพระเพลิงท้าวพรหมทัต

 

 

 

 

 

 

  กำแพงชั้นนอกและซุ้มประตู
    กำแพงชั้นนอก สร้างด้วยหินทราย มีศิลาแลงแทรกเป็นบางส่วนขนาดประมาณ 220 x 277.50 เมตรมีประตูหลอก
ทำเลียนแบบบานประตูไว้ 2 บาน กำแพงชั้นนอกด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดคือยังมีความสูงเหลืออีก 8 เมตร
ซุ้มประตู ที่กึ่งกลางกำแพงชั้นนอกทั้ง 4 ด้าน เป็นซุ้มประตูหรือที่เรียกกันว่า โคปุระ สร้างดินหินทรายผังโดยรวมของประตูซุ้มมีลักษณะ
เป็นรูปกากบาท มีประตูผ่านเข้าได้ 3 ทาง คือ ประตูกลางผ่านทางห้องมุขและประตูข้างทางห้องริมสุด 2 ข้าง
ทางเดินเข้าสู่ปราสาท เป็นทางเดินที่สร้างดินหินทรายสูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร มีบันไดลงจากทางเดินสู่พื้นล่างที่มุมทั้งสี่
และทั้งสองข้างของช่องกลางตลอดแนว ทางเดินที่เชื่อมตัดกันมีหลุมเสาตั้งเรียงกันอยู่เป็นระยะ ๆ จาการขุดแต่งบริเวณนี้ใน พ.ศ.2530
ได้พบเศษกระเบื้อง และบภลีดินเผาเป็นจำนวนมาก สันนิษฐานได้ว่ายกพื้นทางเดินทั้งหมดนี้มีลักษณะเป็นระเบียงโปร่ง หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา
รองรับด้วยเสาไม้ซึ่งผุพังไปหมดแล้ว

 

 ปราสาทหินพิมายมีลักษณะเด่นและสำคัญคือ เป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่โต ได้รับการบูรณะเมื่อ ปี พ.ศ 2507
และเสร็จเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2511 ตามหลักวิชาบูรณะแบบ อนัสติโลซิส ลวดลายจำหลักมีคุณค่าสูงส่งทางศิลปะ
ได้มีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พิมายอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2532
โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธาน

ไทรงาม
    ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำมูล บริเวณเขื่อนพิมายก่อนข้ามสะพานท่าสงกรานต์เข้าตัวอำเภอพิมาย จะมีทางแยกไปเขื่อนพิมาย อีก 2 กม.
ไทรงามแห่งนี้มีอายุประมาณ 350 ปี มีกิ่งก้านสาขามากมาย ให้ความร่มรื่นสวยงาม มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณประมาณ 15,000 ตารางฟุต
เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันมานาน ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถเสด็จประพาสเมืองพิมาย
เมื่อ พ.ศ. 2454 ไทรงามแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยว มีร้านอาหารและเครื่องดื่มจำหน่าย
โดยเฉพาะผัดหมี่พิมายที่มีรสชาติอร่อยไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวจันทบุรี